Custom Search

"เกิดในผู้ใหญ่ที่อ้วน หรือคนอ้วนลงพุง ที่มักออกแรงหรือออกกำลังน้อยเกินไป ปัจจุบันพบว่าเกิดในเด็กด้วย ซึ่งการรับประทานอาหารที่มีไขมันและคาร์โบไฮเดรตสูง ตลอดจนการไม่ออกกำลังกาย ต่างก็เป็นปัจจัยสำคัญด้วยกันทั้งสิ้น” ...เป็นการระบุโดย ศ.เกียรติคุณ พญ.ชนิกา ตู้จินดา คณะกรรมการกองทุน สสส.
 
กับภัย “โรคเบาหวาน” ที่นับวันยิ่งป่วยกันมากขึ้น
 
และปัจจัยหรือต้นเหตุที่สำคัญก็คือ “ความอ้วน !!”
 
ทั้งนี้ จากสถานการณ์ “โรคเบาหวาน” ที่คุกคามผู้คนทั่วโลก รวมถึงคนไทยมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยมีส่วนสัมพันธ์กับ “ความอ้วน” และเนื่องในวันเบาหวานโลก 14 พ.ย. ที่กำลังจะมาถึง ทางโรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กรมประมง สสส.-สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ กระทรวงพาณิชย์ เครือข่ายคนไทยไร้พุง ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมรณรงค์ “กินปลาไร้พุง ต้านโรคเบาหวาน” ซึ่งก็น่าสนใจ
 
จากการสำรวจผู้ป่วยที่โรงพยาบาลรามาธิบดีที่มีปัญหา “โรคอ้วน” เฉพาะโรงพยาบาลเดียว ในปี 2551 ยังไม่ทันสิ้นปีก็พบแล้ว   กว่า 100 ราย ส่วนใหญ่เป็นหญิง สัดส่วนราว 79-80% ขณะที่ผู้ป่วย โรคอ้วนที่เป็นชาย ที่พบในโรงพยาบาลแห่งนี้ในช่วงเดียวกัน มีประมาณ 20-21%
 
อายุเฉลี่ยของผู้ที่เป็นโรคอ้วนที่พบ ทั้งหญิง-ชาย คือ 44.5 ปี โดยพบคนอ้วนที่รับพลังงานต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน คือต่ำกว่า 1,600 กิโลแคลอรีในเพศหญิง ร้อยละ 31.6, ต่ำกว่า 2,000 กิโลแคลอรี ในเพศชาย ร้อยละ 33.3 ซึ่งผู้ป่วยโรคอ้วนในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ “บริโภคอาหารที่มีโปรตีนน้อยกว่าเกณฑ์มาตรฐาน” คือต่ำกว่าร้อยละ 15 ของพลังงานที่ได้รับ และออกกำลังกายในระดับต่ำ
 
“จึงเป็นการชี้ให้เห็นว่า ผู้ป่วยที่อ้วนไม่ได้เกิดจากบริโภคอาหารเกินความจำเป็นเท่านั้น แต่ยังอาจเกิดจากการบริโภคอาหารที่ไม่ได้สัดส่วน มีปริมาณโปรตีนน้อยเกินไป”
  
และโรคภัยอื่นที่จะเกิดตามมาอีกจากการเป็นโรคอ้วนก็คือ “โรคเบาหวาน” ซึ่งองค์การอนามัยโลกประเมินว่าปัจจุบันนี้ทั่วโลกมีผู้ป่วย  เบาหวานอย่างน้อย 194 ล้านคน และจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 300 ล้านคน ในปี พ.ศ. 2568 หรือในอีก 17 ปีข้างหน้า ขณะที่ในเมืองไทยจากการสำรวจในปี 2547 พบคนไทยป่วยเป็นโรคเบาหวานกว่า 3 ล้านคน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่คนไทยไม่ควรวางใจ
 
องค์การอนามัยโลกระบุว่า เบาหวานเป็นโรคที่มีอันตรายสูงสุด ยิ่งกว่าโรคเอดส์ เพราะขณะนี้ ทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ถึงปีละประมาณ 3.2 ล้านคน ส่วนเอดส์เสียชีวิตเพียงประมาณ 3 ล้านคนต่อปี โดยเบาหวานที่พบบ่อยคือเบาหวานชนิดที่ 2 ที่เกิดในผู้ที่อ้วน-อ้วนลงพุง ออกแรง-ออกกำลังกายน้อย
 
ขอบอก-ขอเน้น... วิธีการหนึ่งที่จะช่วยลดปัญหาโรคอ้วน ซึ่งหมายถึงต้านโรคเบาหวานได้ด้วย คือการบริโภคปลามากขึ้น เพราะปลาเป็นแหล่ง “โปรตีน” คุณภาพดี-ราคาถูก ซึ่งมีหลายงานวิจัยที่สนับสนุน ว่าการบริโภคปลาหรืออาหารที่มี “โอเมก้า-3” หรือ “โอเมก้า-ทรี” สูง สามารถป้องกันหรือลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานทั้งแบบชนิด   ที่ 1 และชนิดที่ 2 ได้ และสำหรับโปรตีนจากปลา โอเมก้า-3 จากปลานั้น ก็ใช่ว่าจำเพาะเจาะจงอยู่ที่ปลาทะเลเท่านั้น “ปลาน้ำจืดของไทย” เราก็มีเพียบ-มีถมเถไป !!
 
อย่างที่ นพ.ฆนัท ครุฑกูล ผู้จัดการศูนย์หัวใจ หลอดเลือดและเมแทบอลิซึม แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนวิทยาคลินิก และโรคเบาหวาน โรงพยาบาลรามาธิบดี ให้ความรู้ความเข้าใจไว้ว่า... เปรียบเทียบคุณค่าสารอาหารระหว่างปลาทะเลกับปลาน้ำจืดแล้ว ไม่ได้แตกต่างกันมาก จะขึ้นอยู่กับประเภทของเนื้อปลามากกว่า โดยเนื้อปลาที่มีไขมันมาก เช่น ปลาสวาย ก็จะมีโอเมก้า-3 มากกว่าเนื้อปลาที่มีไขมันน้อย เช่น ปลานิล ขณะที่เนื้อปลาที่มีไขมันน้อยก็จะมีปริมาณโปรตีนมากกว่าเนื้อปลาที่มีไขมันมาก ตรงนี้ก็อยู่ที่การรู้จักเลือกบริโภค  
 
“ปลาสวาย ที่เมืองไทยเรามีมาก มีโอเมก้า-3 ถึง 2,570 มิลลิกรัม ต่อเนื้อปลา 100 กรัม ขณะที่เนื้อปลาแซลมอน 100 กรัม มีโอเมก้า-3 เพียง 1,000-1,700 มิลลิกรัมเท่านั้น” ...นพ.ฆนัท กล่าว พร้อมทั้งบอกด้วยว่า... จากที่มีการพบข้อมูลบ่งชี้ว่าการบริโภคอาหารเกินความจำเป็นต่อร่างกายไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ทำให้ “อ้วนลงพุง-เป็นโรคอ้วน” แต่การบริโภคอาหารที่มีปริมาณโปรตีนน้อยเกินไป การบริโภคอาหารที่ไม่ได้สัดส่วน ก็ทำให้อ้วน-เกิดโรคอ้วนได้ ดังนั้น “การบริโภคปลาก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม” 
 
ทางด้าน ศ.นพ.สุรัตน์ โคมินทร์ อีกหนึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนวิทยาคลินิก และโรคเบาหวาน โรงพยาบาลรามาธิบดี ก็ระบุว่า... ในช่วงนี้หลายหน่วยงาน อาทิ โรงพยาบาลรามาธิบดี กรมประมง กรมการค้าต่างประเทศ สหกรณ์ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำฯ, สสส. จัดกิจกรรม “กินปลาไร้พุง ต้านโรคเบาหวาน” โดยวันที่ 21-22 พ.ย. ก็จะมีการจัดนิทรรศการให้ความรู้อีกครั้งที่โรงพยาบาลพญาไท 2 ซึ่งการบริโภคปลา ทั้งปลาทะเลและปลาน้ำจืด ช่วยให้อิ่มเร็ว ย่อยง่าย และเป็นแหล่งโอเมก้า-3 แถมจะได้โปรตีนคุณภาพสูงกว่าเนื้อวัว เนื้อหมู
 
“การบริโภคปลาช่วยป้องกันการเกิดโรคอ้วน มีส่วนช่วยป้อง กันการเกิดโรคเบาหวาน และโรคหัวใจ รวมถึงช่วยในการพัฒนาและเสริมสร้างเซลล์สมองด้วย” ...แพทย์ผู้เชี่ยวชาญกล่าวแนะนำ
 
“ปลาน้ำจืด” ไทย ๆ เราก็ได้...ไม่จำเป็นต้องปลาแพง ๆ
 
กินเยอะ ๆ “ต้านโรคภัย” แถม “ไร้พุง” หุ่นดีด้วย !!!.

Comment

Comment:

Tweet

#2 By (203.172.184.70) on 2009-08-10 17:48

ทานปลากันเยอะๆนะ big smile

#1 By Pureka (58.8.53.158) on 2009-05-03 22:53